807 จำนวนผู้เข้าชม |
การโพสต์ข้อความ รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอในโลกออนไลน์เป็นเรื่องง่าย แต่ก็เสี่ยงโดนคดีหมิ่นประมาทได้เหมือนกัน หากไม่ระมัดระวังอาจเสียทั้งชื่อเสียง ทรัพย์สิน และถูกดำเนินคดีอาญาได้
1. หมิ่นประมาทคืออะไร
หมิ่นประมาท คือ การ “ใส่ความ” ใครสักคนต่อบุคคลที่สามจนอาจทำให้ผู้ที่ถูกใส่ความนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง
ข้อความที่เป็นการใส่ความต้องเป็น "ข้อเท็จจริง" และเป็นข้อเท็จจริงที่ทำให้ผู้ถูกพาดพิง "เสื่อมเสียชื่อเสียง" เช่น ข้อความว่า “เป็นเมียน้อยสารวัตร” “บ้ากาม” “กะหรี่” “คุณติดตะรางด้วยเรื่องอะไร” “ขายชาติ” “ก. เป็นหนี้ ข.” “ก. เบี้ยวหนี้ ข.” “ทุจริต” เป็นต้น
2. ลักษณะข้อความที่ไม่เข้าข่ายหมิ่นประมาท
การหมิ่นประมาทต้องเป็นการเอาข้อเท็จจริงในทางเสื่อมเสียของผู้อื่นไปพูดหรือกล่าวกับบุคคลที่สาม หากเป็นการพูดต่อเจ้าตัวโดยตรงโดยไม่มีบุคคลที่สามอยู่ด้วย ไม่เข้าข่ายเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท
หากพูดในลักษณะที่ “ไม่ระบุตัวบุคคล” และคนทั่วไปก็ไม่มีทางที่จะเข้าใจได้เลยว่าหมายถึงใคร ดังนี้ ผู้พาดพิงไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท เช่น พูดว่า “คนในหมู่บ้าน น. เป็นคอมมิวนิสต์” โดยเจาะจงไม่ได้ว่าหมายถึงใครในหมู่บ้าน น. เป็นต้น
"คำด่า" กันธรรมดา ๆ และเป็นเรื่องที่ "เป็นไปไม่ได้" เช่น ด่าว่า “ผีปอบ” “หน้าผีเปรต” “อ้ายครูชาติหมา” “เป็นคนบ้าเหมือนหมาบ้า” “บักคมเป็นตำรวจหมา ๆ บ่รู้จักอีหยัง” “เอาทนายเฮงซวยที่ไหนมา สถุล” “ทนายสกปรก” หรือ “เฮงซวย” เป็นต้น ไม่ใช่คำหมิ่นประมาท แต่เป็นถ้อยคำ "ดูหมิ่น" ผู้กล่าวจึงอาจมีความผิดฐาน “ดูหมิ่นซึ่งหน้า” หรือ "ดูหมิ่นด้วยการโฆษณา" ได้ซึ่งโทษจะน้อยกว่า
การวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตด้วยวัตถุประสงค์ต่อไปนี้ คือ
1) เพื่อป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตัวเองโดยชอบธรรม
2) ติชมด้วยความเป็นธรรมตามความรู้สึกของคนทั่วไป
3) แจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรม
ไม่ทำให้ผู้วิจารณ์หรือแสดงความเห็นผิดฐานหมิ่นประมาท
การโพสต์เตือนในกลุ่มไลน์ว่า A. เป็นหนี้ B. แล้วไม่เคยใช้เงินคืน มีนิสัยขี้โกง แล้วยังมาฟ้องคดี B. กลับอีก โดยการโพสต์นั้นเป็นการโพสต์เพื่อเตือนเพื่อนในกลุ่มไลน์มิให้ถูกหลอกเพราะมีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ของประชาชน หากเป็นการเตือนภัยโดยสุจริต ไม่ได้กลั่นแกล้งใส่ร้าย และเพื่อป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม ดังนี้ไม่ผิดฐานหมิ่นประมาท (อ้างคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2114/2566)
จำเลยพูดทวงเงินที่ ถ. ค้างชำระแล้วจำเลยกับ ถ. มีปากเสียงด่าว่ากัน และจำเลยได้ด่าว่า โคตรของมึงยืมเงินกูไปเป็นประจำ ไอ้หรัด อีต้อย ก็ไปยืมเงินกู เหตุเกิดขณะ ถ. กับจำเลยต่างทะเลาะโต้เถียงกันต่างอยู่ในอารมณ์โกรธ ข้อความที่ว่าไอ้หรัดซึ่งหมายถึงผู้เสียหายเป็นเพียงคำเรียกหาที่ไม่สุภาพ ส่วนที่ว่าผู้เสียหายเคยยืมเงินจำเลยก็กล่าวตามข้อเท็จจริงซึ่งผู้เสียหายรับว่าเคยกู้ยืมเงินจากจำเลยจริง ทั้งการกู้ยืมเงินกันก็ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่มีข้อความกล่าวถึงกับว่าผู้เสียหายคดโกง ดังนี้ ตามความรู้สึกของวิญญูชนทั่วๆ ไปจึงไม่เป็นถ้อยคำที่ทำให้ผู้ฟังเข้าใจถึงขนาดความเชื่อถือไว้วางใจ หรือความคดโกงชั่วร้าย อันจะเป็นเหตุให้ผู้เสียหายเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชังแต่ประการใด การกระทำของจำเลยจึงไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท (อ้างคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1052/2555)
แนวทางที่กล่าวมานี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้นที่สำนักงานเราเรียบเรียงเอาไว้และหลายคำเป็นภาษากฎหมาย ดังนั้น ไม่ควรอ่านแล้วตีความถ้อยคำทางกฎหมายนั้นเอาเอง ควรปรึกษาทนายความก่อนเพื่อความรอบคอบ
4. การเผยแพร่ในพื้นที่สาธารณะมีโทษหนักขึ้น
การโพสต์ข้อความบน Facebook, Instagram, Twitter, TikTok หรือสื่อออนไลน์อื่น ๆ ถือเป็นการเผยแพร่ต่อสาธารณชน
หากข้อความที่โพสต์เข้าข่ายหมิ่นประมาท จะถูกลงโทษตามมาตรา 328 ซึ่งโทษจะหนักขึ้น
แต่หากโพสต์ในกลุ่มปิดไม่ถือเป็นการโพสต์ต่อสาธารณชน จึงไม่ต้องรับโทษหนักขึ้น
5. คำแนะนำในการโพสต์
คิดก่อนโพสต์ - ผู้โพสต์ควรคิดทบทวนก่อนว่า ข้อความที่จะโพสต์นั้นทำให้ใครเสื่อมเสียชื่อเสียงหรือไม่ หากเป็นเรื่องเสื่อมเสียชื่อเสียง ให้คิดต่อไปว่า “เป็นประโยชน์” ที่จะโพสต์หรือไม่
หลีกเลี่ยงคำที่เป็นการกล่าวร้ายหรือโจมตีบุคคล – เว้นแต่จะเป็นการโพสต์เพื่อวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตตามวิสัยของประชาชนทั่วไปที่จะทำได้
6. หากถูกหมิ่นประมาทหรือถูกฟ้องฐานหมิ่นประมาทควรทำอย่างไร
หากเห็นว่าถูกหมิ่นประมาท - ควรปรึกษาทนายความเพื่อให้ประเมินก่อนว่าถ้อยคำที่เห็นว่าหมิ่นประมาทนั้นเข้าข่ายหมิ่นประมาทตามกฎหมายจริงหรือไม่ ถ้าประเมินแล้วว่าเป็นข้อความหมิ่นประมาทและความเสียหายที่ได้รับนั้นรุนแรง ก็ควรให้ทนายความช่วยดำเนินคดีให้เป็นไปตามสิทธิ
หากถูกฟ้องฐานหมิ่นประมาท - ควรตั้งสติและรีบติดต่อทนายความที่รู้จักเพื่อให้เข้ามาช่วยแก้ต่างคดีให้เพราะหากท่านต่อสู้คดีโดยไม่รู้ข้อกฎหมาย ท่านอาจต้องเสียเงินและเสียหายในเชิงคดีได้ในที่สุด
7. สรุป
การโพสต์อย่างรอบคอบและคำนึงถึงสิทธิของผู้อื่นเป็นเรื่องที่แนะนำเพราะจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายได้
แต่หากโพสต์ไปแล้วและมีปัญหาเรื่องหมิ่นประมาทกัน ก็ควรปรึกษาทนายความเพื่อให้ช่วยแนะแนวทางในการดำเนินการต่อไป
หากสนใจปรึกษาทนายความ สามารถติดต่อสำนักงานของเราได้ตามข้อมูลด้านล่างสุดของหน้าครับ
ขอบคุณครับ
พุทธพจน์ นนตรี
ทนายความ
ณัฐพจน์ ลีกัล เซอร์วิส
094-550-0835
Email: phutthaphotng@gmail.com